
การนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศมีความซับซ้อนมากกว่าการซื้อขายในประเทศ เพราะต้องผ่าน พิธีการศุลกากร ซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่กำกับดูแลการนำสินค้าเข้าและออกจากราชอาณาจักร ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเข้าใจคำศัพท์และคำย่อต่าง ๆ ที่ใช้ในวงการศุลกากร เพื่อให้การดำเนินพิธีการเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย
บทความนี้รวบรวมคำศัพท์ศุลกากรที่สำคัญที่สุดสำหรับปี 2026 ครอบคลุมตั้งแต่แบบฟอร์มราชการ เอกสารขนส่ง ไปจนถึงคำย่อที่ใช้บ่อยในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่และผู้ที่ต้องการทบทวนความรู้พื้นฐานด้านศุลกากร
—
เลือกอ่านจาก [ สารบัญ ]
- แบบฟอร์มพิธีการศุลกากรที่ต้องรู้จัก พิธีการศุลกากร คืออะไร
- Incoterms 2020 — เงื่อนไขการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศ ดู Incoterms 2020 ในบทความหลัก
- คำศัพท์เอกสารขนส่งที่สำคัญ
- C/O — Certificate of Origin (ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า) ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง C/O
- HS Code — รหัสพิกัดศุลกากร ดูวิธีใช้ HS Code
- คำย่อพิธีการศุลกากรอื่น ๆ ที่ควรรู้ ดูคำศัพท์ศุลกากรเพิ่มเติม
- ความเข้าใจพื้นฐานเรื่องพิธีการศุลกากร
- สรุป
แบบฟอร์มพิธีการศุลกากรที่ต้องรู้จัก พิธีการศุลกากร คืออะไร
กศก.99/1 — รายการของผู้ส่งออก (Export Declaration)
กศก.99/1 ย่อมาจาก “แบบศุลกากร 99/1” เป็นแบบฟอร์มทางราชการที่ใช้ในการแจ้งรายการสินค้าส่งออกไปต่างประเทศ โดยผู้ส่งออกต้องกรอกข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ประเภทสินค้า จำนวน มูลค่า และประเทศปลายทางอย่างครบถ้วน แบบฟอร์มนี้เป็นเอกสารสำคัญที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรใช้ในการตรวจสอบและอนุมัติการส่งออกสินค้า
กรมศุลกากรกำหนดให้ผู้ส่งออกต้องยื่น กศก.99/1 พร้อมกับเอกสารประกอบต่าง ๆ เช่น ใบแจ้งราคาสินค้า (Invoice) บัญชีรายการสินค้า (Packing List) และสัญญาซื้อขาย (Sales Contract) การกรอกข้อมูลอย่างถูกต้องจะช่วยให้พิธีการส่งออกเสร็จสิ้นโดยเร็วและลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม
ข้อควรระวัง: ผู้ส่งออกต้องยื่น กศก.99/1 ก่อนหรือพร้อมกับการขนสินค้าขึ้นยานพาหนะขนส่ง หากยื่นไม่ทันก่อนขนสินค้าขึ้นเรือหรือเครื่องบิน อาจถูกปรับตามพระราชบัญญัติศุลกากร
กศก.101/1 — รายการของผู้นำเข้า (Import Declaration)
กศก.101/1 คือแบบฟอร์มสำหรับแจ้งรายการสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ เป็นเอกสารหลักที่ผู้นำเข้าต้องยื่นต่อศุลกากรเพื่อดำเนินการเสียอากรขาเข้าและรับสินค้าเข้าประเทศ แบบฟอร์มนี้มีความสำคัญมากในการควบคุมการนำเข้าสินค้าและเก็บภาษีศุลกากรตามพิกัดอัตราศุลกากรที่กำหนด
ในปัจจุบัน การยื่น กศก.101/1 สามารถทำได้ผ่านระบบ e-Customs ของกรมศุลกากร ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นเอกสารได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้นำเข้ายังคงต้องเตรียมเอกสารประกอบให้ครบถ้วน เช่น ใบตราส่งสินค้า (B/L) ใบแจ้งราคาสินค้า และใบอนุญาตนำเข้าที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
ข้อควรระวัง: การระบุมูลค่าสินค้าใน กศก.101/1 ต้องตรงกับ Invoice จริง หากกรมศุลกากรตรวจพบว่ามูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริง ผู้นำเข้าอาจถูกเพิกถอนสิทธิประโยชน์และถูกปรับ
กศก.153 — ใบกำกับการขนย้ายสินค้าทางบก
กศก.153 เป็นแบบฟอร์มสำหรับการขนย้ายสินค้าทางบกระหว่างด่านศุลกากรภายในประเทศ ใช้ในกรณีที่สินค้านำเข้าแล้วต้องการขนส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางภายในประเทศ โดยสินค้าจะอยู่ภายใต้การควบคุมของศุลกากรตลอดเส้นทาง
—
Incoterms 2020 — เงื่อนไขการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศ ดู Incoterms 2020 ในบทความหลัก
Incoterms (International Commercial Terms) เป็นชุดคำย่อที่กำหนดความรับผิดชอบของผู้ขายและผู้ซื้อในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ คำย่อเหล่านี้กำหนดว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่ง ค่าประกัน และความเสี่ยงในแต่ละช่วงของการขนส่ง
CIF — Cost, Insurance and Freight (ราคา ประกัน และค่าระวาง)
CIF หมายความว่าผู้ขายรับผิดชอบค่าขนส่งและประกันภัยจนถึงท่าเทียบเรือปลายทาง ผู้ขายต้องจ่ายค่าระวางเรือ (Freight) และซื้อประกันภัยสำหรับสินค้าระหว่างทาง ผู้ซื้อรับความเสี่ยงเมื่อสินค้าขึ้นเรือแล้ว
ตัวอย่าง: ผู้นำเข้าไทยสั่งซื้อสินค้าจากจีนในเงื่อนไข CIF Bangkok หมายความว่าผู้ขายจีนจ่ายค่าขนส่งและประกันจนถึงท่าเทียบเรือกรุงเทพฯ ผู้นำเข้าไทยรับผิดชอบขนถ่ายสินค้าจากเรือและดำเนินพิธีการศุลกากรต่อ
FOB — Free On Board (ส่งมอบบนเรือ)
FOB หมายความว่าผู้ขายส่งมอบสินค้าขึ้นเรือที่ท่าเรือประเทศผู้ขายแล้ว หลังจากนั้นความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการขนส่งตกเป็นของผู้ซื้อ ผู้ซื้อต้องจัดการขนส่ง ประกันภัย และดำเนินพิธีการศุลกากรเอง
ตัวอย่าง: ผู้นำเข้าไทยซื้อสินค้าจากโรงงานในจีนในเงื่อนไข FOB Shanghai ผู้ขายจีนนำสินค้าขึ้นเรือที่ท่าเซี่ยงไฮ้แล้ว ผู้นำเข้าไทยต้องจัดการจองเรือ ซื้อประกัน และดำเนินพิธีการนำเข้าที่ท่าเรือไทยเอง
EXW — Ex Works (รับสินค้าที่โรงงาน)
EXW เป็นเงื่อนไขที่ผู้ขายรับผิดชอบน้อยที่สุด ผู้ขายเพียงแค่ทำให้สินค้าพร้อมรับได้ที่โรงงานหรือคลังสินค้าของตน ผู้ซื้อต้องรับผิดชอบทุกอย่างตั้งแต่รับสินค้าจากโรงงาน ขนส่ง ประกัน จนถึงศุลกากร
CFR — Cost and Freight (ราคาและค่าระวาง)
CFR คล้ายกับ CIF แต่ผู้ขายไม่ต้องซื้อประกันภัย ผู้ขายจ่ายค่าขนส่งจนถึงท่าปลายทาง แต่ผู้ซื้อต้องซื้อประกันเอง
DAT / DAP — Delivered at Terminal / Delivered at Place
DAT (Delivered at Terminal) ผู้ขายส่งมอบสินค้าเมื่อสินค้าขนถ่ายที่ท่าเทียบเรือปลายทางแล้ว ผู้ซื้อรับผิดชอบพิธีการศุลกากรนำเข้า
DAP (Delivered at Place) ผู้ขายส่งมอบสินค้าที่จุดหมายปลายทางที่กำหนด ผู้ซื้อรับผิดชอบขนถ่ายและพิธีการศุลกากร
—
คำศัพท์เอกสารขนส่งที่สำคัญ
B/L — Bill of Lading (ใบตราส่งสินค้าทางเรือ)
B/L หรือ Bill of Lading เป็นเอกสารที่ออกโดยบริษัทเรือหรือตัวแทนขนส่งทางเรือ เป็นหลักฐานการรับสินค้าขึ้นเรือและเป็นเอกสารสิทธิ์ในการรับสินค้า หากต้องการทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการนำเข้าสินค้าทางเรือ สามารถศึกษาได้จากบทความเรื่อง พิธีการนำเข้าทางเรือ บนเว็บไซต์ของเรา
B/L มีหน้าที่สำคัญ 3 ประการ คือ (1) เป็นหลักฐานว่าบริษัทเรือรับสินค้าขึ้นเรือแล้ว (2) เป็นเอกสารสิทธิ์ที่ผู้ถือ B/L มีสิทธิ์รับสินค้า และ (3) เป็นหลักฐานในสัญญาขนส่งระหว่างผู้ส่งสินค้าและบริษัทเรือ สำหรับ พิธีการส่งออกทางเรือ นั้น B/L เป็นเอกสารที่ขาดไม่ได้เช่นกัน เพราะเป็นหลักฐานในการยืนยันการส่งสินค้าออกไปยังประเทศปลายทาง
ประเภทของ B/L ที่พบบ่อย:
- Straight B/L — ระบุชื่อผู้รับเฉพาะตัว ผู้รับสินค้าต้องเป็นบุคคลเดียวกับที่ระบุใน B/L ไม่สามารถส่งต่อสิทธิ์ได้
- Order B/L — ระบุว่า “To Order” หรือ “To Order of Shipper” สามารถส่งต่อสิทธิ์โดยการ endos เป็นเอกสารที่นิยมในการค้าระหว่างประเทศ
- Bearer B/L — ไม่ระบุชื่อผู้รับ ผู้ถือ B/L คือผู้มีสิทธิ์รับสินค้า
ข้อควรระวัง: B/L เป็นเอกสารสิทธิ์ที่มีค่า หากสูญหายหรือถูกขโมย ผู้ถือสามารถนำไปรับสินค้าแทนเจ้าของได้ การแจ้งบริษัทเรือทันทีเมื่อ B/L สูญหายเป็นสิ่งจำเป็นมาก
AWB — Air Waybill (ใบตราส่งทางอากาศ)
AWB หรือ Air Waybill เป็นเอกสารขนส่งทางอากาศที่ออกโดยสายการบินหรือตัวแทนขนส่งทางอากาศ ต่างจาก B/L ตรงที่ AWB ไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ (Non-negotiable Document) หมายความว่าไม่สามารถส่งต่อสิทธิ์การรับสินค้าให้ผู้อื่นได้โดยการโอน AWB
AWB ประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชื่อผู้ส่ง ชื่อผู้รับ สถานที่ส่งมอบ รายละเอียดสินค้า น้ำหนัก และเครื่องหมายการจัดการขนส่ง เอกสารนี้มักอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-AWB) ในปัจจุบัน ทำให้การดำเนินพิธีการศุลกากรทางอากาศมีความรวดเร็วมากขึ้น
ข้อแตกต่างสำคัญ: AWB ไม่สามารถส่งต่อได้เหมือน B/L ดังนั้นในการชำระเงิน via L/C ผู้ขายมักต้องส่ง AWB copy ให้ผู้ซื้อทางแฟกซ์หรืออีเมลทันที after สินค้าขึ้นเครื่องบิน เพื่อให้ผู้ซื้อเตรียมพิธีการรับสินค้าที่สนามบินได้
L/C — Letter of Credit (หนังสือรับรองการชำระเงิน)
L/C หรือ Letter of Credit เป็นเอกสารทางการเงินที่ธนาคารออกให้ตามคำร้องขอของผู้ซื้อ โดยธนาคารจะรับประกันการชำระเงินให้แก่ผู้ขายเมื่อผู้ขายปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดใน L/C เรียบร้อย L/C เป็นเครื่องมือทางการค้าระหว่างประเทศที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
L/C มีหลายประเภท เช่น Revocable L/C ที่ผู้เปิด L/C สามารถยกเลิกหรือแก้ไขได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้รับเงิน และ Irrevocable L/C ที่ต้องได้รับความยินยอมจากทุกฝ่ายก่อนแก้ไข ประเภทหลังเป็นที่นิยมมากกว่าในการค้าระหว่างประเทศ
ข้อควรระวัง: L/C มีความซับซ้อนสูง ผู้ประกอบการควรให้ธนาคารหรือที่ปรึกษาช่วยตรวจสอบเงื่อนไข L/C ก่อนยื่นเอกสาร เพราะ slightest discrepancy เล็กน้อย (เช่น ชื่อสินค้าต่างจาก L/C เพียงตัวอักษร) อาจทำให้ธนาคารปฏิเสธการชำระเงิน
—
C/O — Certificate of Origin (ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า) ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง C/O
C/O หรือ Certificate of Origin เป็นเอกสารที่รับรองว่าสินค้าที่นำเข้าหรือส่งออกมีแหล่งกำเนิดหรือถูกผลิตในประเทศใด เอกสารนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรตามความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ประเทศไทยมีกับประเทศคู่ค้า
ตัวอย่างความตกลง FTA ที่ไทยมีส่วนร่วม ได้แก่ กรอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ความตกลง ASEAN-China FTA (ACFTA) และความตกลง Thailand-Australia Free Trade Area (TAFTA) การมี C/O ที่ถูกต้องจะช่วยลดอัตราอากรขาเข้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดต่างประเทศ
ประเภทของ C/O ที่พบบ่อย:
- Form D — สำหรับ ACFTA (ASEAN-China FTA) ลดอากรขาเข้าเหลือ 0-5%
- Form E — สำหรับ ACFTA ระดับสินค้าที่กำหนด
- Form AI — สำหรับ Thailand-Australia FTA (TAFTA)
ขั้นตอนการยื่น C/O:
- เตรียมเอกสารประกอบ ได้แก่ Invoice, Packing List, Bill of Lading
- ยื่นคำขอต่อหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย (สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือ สภาอุตสาหกรรมฯ)
- เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและ现场考察 (ถ้าจำเป็น)
- รอรับ C/O ภายใน 1-3 วันทำการ
- ค่าธรรมเนียมโดยประมาณ 300-1,500 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทและหน่วยงาน
ข้อควรระวัง: C/O ต้องระบุ HS Code ให้ถูกต้องตรงกับเอกสารพิธีการศุลกากร หาก HS Code ผิดพลาด ศุลกากรอาจไม่รับรองสิทธิประโยชน์ FTA
—
HS Code — รหัสพิกัดศุลกากร ดูวิธีใช้ HS Code
HS Code ย่อมาจาก Harmonized System Code เป็นรหัสพิกัดสินค้าที่ใช้ระบุประเภทของสินค้าในการนำเข้าส่งออก รหัสนี้เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้ในการจัดประเภทสินค้าและกำหนดอัตราอากรศุลกากร ผู้ประกอบการต้องระบุ HS Code ให้ถูกต้องบนเอกสารพิธีการศุลกากรทุกฉบับ
HS Code มี 6 หลัก แบ่งเป็น
- 2 หลักแรก: บท (Chapter) — ประเภทสินค้าใหญ่ เช่น 62 = เสื้อผ้าสำเร็จรูป
- 4 หลักแรก: ระดับระบุ (Heading) — ประเภทสินค้าเฉพาะ
- 6 หลัก: ระดับอนุญาต (Subheading) — ระบุสินค้าละเอียด
วิธีค้นหา HS Code:
- เข้าเว็บไซต์กรมศุลกากร: www.customs.go.th
- ไปที่เมนู “e-Customs” → “พิกัดอัตราศุลกากร”
- ค้นหาด้วยชื่อสินค้าหรือคำอธิบาย
- ตรวจสอบว่า HS Code ที่เลือกตรงกับสินค้าจริง
ข้อควรระวัง: HS Code ที่ผิดพลาดอาจทำให้เสียอากรสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น หรือถูกตรวจสอบเพิ่มเติมจากศุลกากร ผู้ประกอบการควรตรวจสอบ HS Code กับศูลกากรหรือที่ปรึกษาศุลกากรก่อนนำเข้าสินค้าประเภทใหม่
—
คำย่อพิธีการศุลกากรอื่น ๆ ที่ควรรู้ ดูคำศัพท์ศุลกากรเพิ่มเติม
VAT — Value Added Tax (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
VAT ย่อมาจาก Value Added Tax เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากสินค้าและบริการ ในการนำเข้าสินค้า ผู้นำเข้าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของศุลกากร (VAT Import) ซึ่งคำนวณจากราคา CIF บวกอากรขาเข้า อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่ 7%
สูตรคำนวณ VAT นำเข้า:
VAT = (CIF + Duty) × 7%
ตัวอย่าง: นำเข้าสินค้าราคา CIF 100,000 บาท อากรขาเข้า 5% = 5,000 บาท
VAT = (100,000 + 5,000) × 7% = 7,350 บาท
EDI — Electronic Data Interchange
EDI ย่อมาจาก Electronic Data Interchange เป็นระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้ประกอบการและกรมศุลกากร ระบบนี้ช่วยให้การยื่นเอกสารพิธีการศุลกากรเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดข้อผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลด้วยมือ
D/O — Delivery Order
D/O ย่อมาจาก Delivery Order เป็นหนังสือสั่งจ่ายสินค้าที่ออกโดยตัวแทนเรือหรือบริษัทขนส่ง ใช้รับสินค้าจากท่าเทียบเรือหรือท่าอากาศยาน ผู้นำเข้าต้องมี D/O จึงจะสามารถรับสินค้าได้
M/F — Manifest
M/F ย่อมาจาก Manifest เป็นรายการสินค้าทั้งหมดบนเรือหรือเครื่องบินที่ขาเข้าหรือออกจากประเทศ เอกสารนี้ใช้สำหรับการตรวจสอบของศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
—
ความเข้าใจพื้นฐานเรื่องพิธีการศุลกากร
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นการนำเข้าส่งออก การเข้าใจ พิธีการศุลกากรคืออะไร เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ พิธีการศุลกากรคือกระบวนการทางกฎหมายที่กำกับดูแลการนำสินค้าเข้าและออกจากราชอาณาจักร ครอบคลุมตั้งแต่การยื่นเอกสาร การตรวจสอบสินค้า ไปจนถึงการชำระอากรและการปล่อยสินค้า
กรมศุลกากรเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบดำเนินการพิธีการศุลกากรในประเทศไทย โดยมีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของประเทศ ป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าที่ผิดกฎหมาย และเก็บภาษีศุลกากรตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ประกอบการที่ดำเนินพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้องจะได้รับประโยชน์จากกระบวนการที่รวดเร็วและลดความเสี่ยงทางกฎหมาย
ในปี 2026 กรมศุลกากรได้พัฒนาระบบ e-Customs และ Smart Queue ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการสามารถติดตามสถานะพิธีการศุลกากรแบบเรียลไทม์และสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ได้สะดวกมากขึ้น การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
—
สรุป
ความเข้าใจในคำศัพท์ศุลกากรเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการทำการค้าระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น กศก.99/1 และ กศก.101/1 สำหรับพิธีการศุลกากร B/L และ AWB สำหรับเอกสารขนส่ง C/O สำหรับการขอรับสิทธิประโยชน์ทางการค้า หรือ Incoterms สำหรับการกำหนดความรับผิดชอบในสัญญาขนส่ง คำศัพท์เหล่านี้จะช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
หากต้องการให้การจัดการเอกสารพิธีการศุลกากรเป็นเรื่องง่ายขึ้น NextShip เป็นระบบช่วยจัดการข้อมูลพิธีการศุลกากรที่ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ ช่วยลดความซับซ้อนและเพิ่มความแม่นยำในการกรอกข้อมูลสำหรับการนำเข้าและส่งออกสินค้าตลอดทั้งปี 2026


