พิธีการนำเข้าทางเรือ 2026: ขั้นตอน กศก.99/1 | NextShip

เลือกอ่านจาก [ สารบัญ ]

พิธีการนำเข้าทางเรือคืออะไร

พิธีการนำเข้าทางเรือ คือกระบวนการทางศุลกากรที่ผู้นำเข้าต้องดำเนินการเมื่อสินค้าจากต่างประเทศเดินทางมาถึงประเทศไทยทางเรือ โดยต้องผ่านการตรวจสอบของกรมศุลกากร ชำระอากรขาเข้า และได้รับอนุญาตให้นำสินค้าออกจากเขตปลอดอากรหรือท่าเรือ กระบวนการนี้ถูกกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอผ่านระบบ e-Customs

Unsplash-style workspace photo, wooden desk with shipping documents, import forms and customs paperw

สำหรับผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นนำเข้าสินค้า ความเข้าใจในเรื่องนี้เป็นพื้นฐานสำคัญ เพราะหากเอกสารไม่ครบถ้วนหรือผิดพลาด อาจทำให้สินค้าติดอยู่ที่ท่าเรือเป็นเวลานาน ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากค่าปรับและค่าเก็บรักษา ดังนั้น การเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจขั้นตอนต่างๆ ล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

การนำเข้าทางเรือ vs ทางอากาศ vs ทางบก

การขนส่งสินค้านำเข้าจากจีนมาไทยสามารถทำได้ 3 ช่องทางหลัก โดยแต่ละช่องทางมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน:

ช่องทาง ข้อดี ข้อเสีย เหมาะกับ
ทางเรือ ต้นทุนต่ำ, รองรับสินค้าขนาดใหญ่ ใช้เวลานาน (7-15 วัน) สินค้าขนาดใหญ่, ปริมาณมาก
ทางอากาศ รวดเร็ว (2-5 วัน) ต้นทุนสูง สินค้าด่วน, ของมีค่า
ทางบก ตรวจสอบได้ง่าย จำกัดปริมาณ สินค้าข้ามแดนใกล้ๆ

สำหรับการนำเข้าสินค้าจากจีน ทางเรือเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากต้นทุนขนส่งต่อชิ้นต่ำและรองรับสินค้าปริมาณมากได้ดี โดยเฉพาะสินค้าที่มีน้ำหนักมากหรือขนาดใหญ่ เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรม

ขั้นตอนพิธีการนำเข้าทางเรือ (7 ขั้นตอน)

การนำเข้าสินค้าทางเรือประกอบด้วย 7 ขั้นตอนหลักที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ:

Unsplash-style flat illustration, workflow diagram showing 7 steps of sea import customs process, nu

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมเอกสารก่อนสินค้าถึง

ก่อนสินค้าจากจีนจะถึงท่าเรือไทย ผู้นำเข้าต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม โดยเอกสารหลักที่ต้องมี ได้แก่:

  • ใบตราส่ง (Bill of Lading หรือ B/L) — จะได้รับจากผู้ส่งสินค้าหรือ Shipping Agent ในจีน
  • ใบแจ้งรายละเอียดสินค้า (Packing List) — ระบุจำนวน ชนิด และน้ำหนักของสินค้า
  • ใบกำกับการขาย (Commercial Invoice) — ระบุมูลค่าสินค้า C&F หรือ CIF
  • หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (C/O) — สำหรับสินค้าที่ต้องการสิทธิประโยชน์ทางภาษี

เคล็ดลับสำคัญคือ ควรตรวจสอบเอกสารทุกฉบับให้ตรงกันก่อนสินค้าออกจากจีน เพราะหากพบว่า B/L กับ Invoice มีข้อมูลไม่ตรงกัน จะต้องแก้ไขซึ่งอาจใช้เวลาและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 2: รับ B/L (Bill of Lading)

เมื่อสินค้าของคุณถูกบรรทุกลงเรือในท่าเรือจีน ผู้ส่งสินค้าจะออกใบตราส่ง (B/L) ให้ B/L เป็นเอกสารแสดงการเป็นเจ้าของสินค้าที่สำคัญที่สุด และจะต้องใช้ในการรับสินค้าที่ท่าเรือปลายทาง

B/L มี 2 ประเภทหลัก:

  1. Original B/L — ต้นฉบับที่ต้องใช้ในการรับสินค้า มักส่งมาทางไปรษณีย์เอกสาร (3-7 วัน)
  2. Seaway Bill — ไม่ต้องใช้ต้นฉบับ รับสินค้าได้ง่ายกว่า แต่ไม่สามารถเปลี่ยนผู้รับสินค้าได้

สำหรับผู้นำเข้าสินค้าจากจีนที่ใช้บริการ Freight Forwarder มักจะได้รับ Telex Release หรือ Express Release แทน Original B/L ซึ่งช่วยให้รับสินค้าได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องรอเอกสารต้นฉบับ

ขั้นตอนที่ 3: ยื่นใบขนสินค้า กศก.99/1

ใบขนสินค้าขาเข้า กศก.99/1 เป็นเอกสารหลักในการดำเนินพิธีการนำเข้า ผู้นำเข้าหรือตัวแทนจัดการด้านศุลกากรจะต้องกรอกข้อมูลในใบขนอย่างครบถ้วน ประกอบด้วย:

  • ข้อมูลผู้นำเข้า — ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี/เลขผู้ประกอบการ
  • รายละเอียดสินค้า — ชื่อสินค้า จำนวน น้ำหนัก มูลค่า C&F หรือ CIF
  • ประเภทสินค้าตามพิกัดอัตราศุลกากร (HS Code)
  • ข้อมูลการขนส่ง — ชื่อเรือ หมายเลข Container เลขที่ใบตราส่ง B/L
  • หมายเหตุ — ระบุประเภทพิธีการ เช่น พิธีการปกติ หรือ พิธีการขนย้าย

Unsplash-style photo of government customs form KSOR.99/1 on desk, detailed import declaration docum

การยื่นใบขนขาเข้าทำได้ผ่านระบบ e-Customs โดยตรง ซึ่งช่วยลดเวลาและความผิดพลาดจากการกรอกเอกสารด้วยมือ ระบบจะทำการตรวจสอบข้อมูลอัตโนมัติและจัดชั้นสินค้าให้โดยอัตโนมัติในหลายกรณี

ขั้นตอนที่ 4: ชำระอากรและภาษี

ผู้นำเข้าต้องชำระอากรขาเข้าตามพิกัดอัตราศุลกากรที่ถูกต้อง โดยทั่วไปอากรขาเข้าจะอยู่ที่อัตราร้อยละ 0-30 ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า นอกจากอากรขาเข้าแล้ว อาจมีภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ร้อยละ 7 และอากรศุลกากรพิเศษ (ถ้ามี) รวมด้วย

วิธีการชำระเงินสามารถทำได้หลายช่องทาง:

  1. e-Payment — ชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบของธนาคารพาณิชย์ที่ร่วมมือกับกรมศุลกากร
  2. e-Bill — พิมพ์ใบบอกราคา (e-Bill) ไปชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคารหรือที่ทำการไปรษณีย์
  3. เงินสด/เช็ค — ชำระด้วยเงินสดหรือเช็คที่เคาน์เตอร์กรมศุลกากร
  4. e-Guarantee (GPG) — หนังสือค้ำประกันอากร สำหรับผู้ประกอบการที่มีวงเงินค้ำประกันกับกรมศุลกากร

ขั้นตอนที่ 5: ผ่านช่องตรวจ (Green/Yellow/Red Line)

หลังจากยื่นใบขนขาเข้าแล้ว ระบบ NCC (National Customs Control) จะทำการคัดกรองความเสี่ยงและจัดช่องทางตรวจสอบให้สินค้า โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่องทาง:

ช่องทาง คำอธิบาย ระยะเวลา
ช่องเขียว (Green Lane) ผ่านโดยอัตโนมัติ ตรวจสอบเอกสารเท่านั้น 1-2 ชั่วโมง
ช่องเหลือง (Yellow Lane) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและใบตราส่ง 1-3 วันทำการ
ช่องแดง (Red Lane) เปิดตรวจสินค้าทางกายภาพที่ท่าเรือ 2-7 วันทำการ

Unsplash-style photo of modern port inspection area with green yellow red lane signs, customs office

การจัดช่องทางขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ประเภทสินค้า มูลค่า ประวัติการนำเข้าของผู้ประกอบการ และข้อมูลข่าวกรอง หากสินค้าของคุณตกอยู่ในช่องเหลืองหรือช่องแดง อย่าตกใจ เพราะเป็นกระบวนการปกติที่อาจเกิดขึ้นได้กับสินค้าบางประเภท

ขั้นตอนที่ 6: ตรวจปล่อยและรับสินค้า

หลังจากยื่นใบขน ชำระอากร และผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว กรมศุลกากรจะอนุมัติการตรวจปล่อยสินค้าผ่านระบบ โดยออกใบตรวจปล่อย (Delivery Order หรือ D/O) ให้แก่ผู้นำเข้าหรือตัวแทน

ผู้ประกอบการขนส่งสามารถนำใบตรวจปล่อยนี้ไปยื่นต่อบริษัท Shipping Agent หรือผู้ประกอบการท่าเทียบเรือเพื่อขอรับสินค้าออกจากท่าเรือ

ในกรณีที่สินค้าถูกจัดไปช่องแดงและต้องเปิดตรวจทางกายภาพ เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะทำการตรวจสอบสินค้าจริงเทียบกับเอกสาร หากตรวจพบว่าสินค้าตรงตามใบขนและไม่มีความผิด เจ้าหน้าที่จะอนุมัติการปล่อยสินค้าภายใน 1-2 วันทำการ

ขั้นตอนที่ 7: Re-Export (ถ้าจำเป็น)

ในบางกรณี ผู้นำเข้าอาจต้องการส่งสินค้ากลับออกไปต่างประเทศ (Re-Export) เช่น เมื่อสินค้าเสียหาย ไม่ตรงตามสั่ง หรือต้องการส่งไปประเทศอื่น กระบวนการ Re-Export ศุลกากรมีขั้นตอนดังนี้:

  1. ยื่นใบขออนุญาตส่งของกลับออกไป (อ้างอิงใบขนเดิม)
  2. ตรวจสอบและได้รับอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ศุลกากร
  3. นำสินค้าออกจากท่าเรือ/คลังสินค้า
  4. ขอคืนอากร (ถ้ามีเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด)

ใบขนสินค้าขาเข้า กศก.99/1 — กรอกยังไย?

ใบขนสินค้าขาเข้า กศก.99/1 เป็นเอกสารสำคัญที่สุดในการดำเนินพิธีการนำเข้า การกรอกให้ถูกต้องจะช่วยให้พิธีการราบรื่นและรวดเร็ว

Unsplash-style close-up photo of customs officer working at desk with computer showing e-Customs sys

รายการที่ต้องกรอกใน กศก.99/1

  1. ข้อมูลผู้นำเข้า — ชื่อนิติบุคคล/บุคคลธรรมดา ที่อยู่ตามทะเบียน เลขผู้เสียภาษี
  2. ข้อมูลผู้ส่งสินค้า — ชื่อและที่อยู่ในต่างประเทศ
  3. ข้อมูลการขนส่ง — ชื่อเรือ หมายเลข Voyage เลขท่าเรือขาเข้า-ขาออก
  4. รายละเอียดสินค้า — ชื่อสินค้า (ภาษาไทย/ภาษาอังกฤษ) HS Code จำนวน หน่วย น้ำหนัก มูลค่า
  5. ประเภทพิธีการ — ระบุรหัสพิธีการที่ดำเนิน เช่น 10 (นำเข้าจ่ายขายในประเทศ)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใส่ HS Code ผิด — ทำให้จัดชั้นสินค้าและอากรผิด ควรตรวจสอบพิกัดอัตราศุลกากรให้ถูกต้อง
  • มูลค่าไม่ตรง — Invoice, Packing List และใบขนต้องมีมูลค่าตรงกัน
  • ไม่ระบุประเภทพิธีการ — ทำให้ระบบไม่สามารถประมวลผลได้
  • ข้อมูล Container ไม่ครบ — ต้องระบุหมายเลข Container ทุกใบ

เคล็ดลับตรวจปล่อยสินค้าท่าเรือให้เร็ว

เตรียมเอกสารครบก่อน

การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการทำให้พิธีการรวดเร็ว ผู้นำเข้าที่มีประสบการณ์จะตรวจสอบเอกสารทุกฉบับล่วงหน้าก่อนวันที่สินค้าจะถึงท่าเรือ

Unsplash-style photo of import-export business owner at home office desk reviewing shipping document

ใช้ระบบ e-Customs ให้คล่อง

ระบบ e-Customs ของกรมศุลกากรช่วยให้สามารถยื่นเอกสารและติดตามสถานะได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้นำเข้าควรเรียนรู้การใช้งานระบบให้คล่องและตรวจสอบสถานะพิธีการอย่างสม่ำเสมอ

ประสบการณ์จริงจากผู้นำเข้า

จากประสบการณ์ของผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าจากจีนรายเก่า สิ่งสำคัญคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรและ Shipping Agent เพราะในกรณีที่มีปัญหาหรือข้อสงสัย การมีคนรู้จักจะช่วยให้ได้รับคำตอบและความช่วยเหลือได้เร็วกว่า

ค่าใช้จ่ายในพิธีการนำเข้าทางเรือ

ค่าอากรขาเข้า

อากรขาเข้าเป็นค่าใช้จ่ายหลักที่ผู้นำเข้าต้องชำระ โดยคำนวณจากมูลค่าสินค้าและพิกัดอัตราศุลกากร (HS Code) อัตราอากรขาเข้าสินค้าส่วนใหญ่อยู่ที่ 0-30% ของมูลค่า CIF

ค่าธรรมเนียมท่าเรือ

นอกจากอากรแล้ว ผู้นำเข้ายังต้องชำระค่าธรรมเนียมท่าเรือซึ่งประกอบด้วย:

  • ค่าธรรมเนียมขนถ่ายสินค้า (Wharfage) — ค่าบริการขนถ่ายสินค้าจากเรือขึ้นบก
  • ค่าประกันภัยท่าเรือ — ค่าประกันภัยความเสียหายที่ท่าเรือ
  • ค่าบริการตรวจสอบ (Survey Fee) — ค่าตรวจสอบสินค้าโดย Surveyor

ค่าประกันภัยและอื่นๆ

  • ค่าประกันภัยสินค้า (Marine Insurance) — แนะนำให้ทำประกันภัยทุกครั้ง โดยเฉพาะสินค้ามีค่า
  • ค่า Freight — ค่าขนส่งทางเรือจากจีนมาไทย
  • ค่าบริการ Freight Forwarder — ค่าจัดการขนส่งและเอกสาร

สรุป

พิธีการนำเข้าทางเรือเป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อนแต่สามารถเรียนรู้และเชี่ยวชาญได้ การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน กรอกใบขนสินค้า กศก.99/1 ให้ถูกต้อง และเข้าใจช่องทางตรวจสอบต่างๆ จะช่วยให้สินค้าของคุณผ่านพิธีการได้อย่างราบรื่น

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการความช่วยเหลือในการจัดการข้อมูลสินค้าและติดตามพิธีการศุลกากร ระบบซอฟต์แวร์ที่เชื่อมต่อกับระบบ e-Customs สามารถช่วยลดความผิดพลาดและประหยัดเวลาได้มาก

หากต้องการทำความเข้าใจพิธีการศุลกากรเบื้องต้น อ่านบทความ พิธีการศุลกากรคืออะไร หรือดู เอกสารศุลกากรที่ต้องเตรียม เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเริ่มนำเข้าสินค้าทางเรือ

error:
Scroll to Top