พิธีการส่งออกทางบก 2569 | กศก.101/1 กศก.153 สำหรับผู้ส่งออก

การส่งออกสินค้าทางบกเป็นช่องทางการค้าระหว่างประเทศที่ธุรกิจไทยใช้กันอย่างแพร่หลาย

พิธีการศุลกากร คืออะไร — อ่านคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อเข้าใจภาพรวมทุกขั้นตอน

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจ พิธีการส่งออกทางบก อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการยื่นแบบฟอร์ม กศก.101/1 และ กศก.153 ซึ่งเป็นเอกสารหลักที่ต้องใช้ในการส่งออกสินค้าข้ามแดนทางบก เราจะอธิบายขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และกรณีพิเศษสำหรับการส่งออกที่มีมูลค่าไม่เกิน 50,000 บาท พร้อมแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับปี 2569

ภาพด่านศุลกากรข้ามแดนทางบกในประเทศไทย มีรถบรรทุกขนาดใหญ่จอดรอตรวจสอบสินค้าส่งออก มีเจ้าหน้าที่ศุลกาก

เลือกอ่านจาก [ สารบัญ ]

พิธีการส่งออกทางบกคืออะไร

พิธีการส่งออกทางบก คือกระบวนการทางศุลกากรที่ผู้ส่งออกต้องดำเนินการเมื่อต้องการนำสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักรทางบก โดยผ่านด่านพรมแดนหรือด่านศุลกากรที่กำหนดไว้ กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการยื่นเอกสาร การตรวจสอบสินค้า และการชำระค่าธรรมเนียม (ถ้ามี) ตามระเบียบของกรมศุลกากร

สำหรับการส่งออกทางบกในประเทศไทย มีจุดผ่านแดนสำคัญหลายแห่ง เช่น ด่านหนองคาย-วันเชียงแสน ด่านมุกดาหาร-สะะหวันนะเขตร และด่านตาก-แม่สะเรียง แต่ละด่านมีข้อกำหนดและความสะดวกที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการควรศึกษาข้อมูลของด่านที่ตนต้องการใช้บริการล่วงหน้า

การดำเนินพิธีการศุลกากรที่ถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยให้สินค้าผ่านพรมแดนได้โดยสะดวก แต่ยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรต่างๆ

แบบฟอร์ม กศก.101/1 และ กศก.153 แตกต่างกันอย่างไร

📋 อ่านเพิ่มเติม: สำหรับเอกสารนำเข้าสินค้า ดู รายการเอกสารศุลกากรนำเข้าสินค้าครบทุกฉบับ

กศก.101/1 — ใบขนสินค้าขาออก (Export Declaration)

แบบฟอร์ม กศก.101/1 คือเอกสารหลักที่ใช้ในการขนสินค้าออกจากราชอาณาจักร ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “ใบขนสินค้าขาออก” หรือ “Export Declaration” ในระบบศุลกากรไทย แบบฟอร์มนี้ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าทุกประเภทที่ต้องเสียภาษีอากรขาออก หรือสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีแต่ต้องมีการตรวจสอบ

การยื่น กศก.101/1 สามารถทำได้ทั้งในรูปแบบเอกสารกระดาษและผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Export) ผ่านระบบ NACCS (National Single Window) ของกรมศุลกากร ซึ่งในปัจจุบันกรมศุลกากรส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว

เอกสาร กศก.101/1 จะต้องระบุรายละเอียดสำคัญ เช่น ชื่อและที่อยู่ของผู้ส่งออก ชื่อและที่อยู่ของผู้นำเข้า (ผู้ซื้อต่างประเทศ) รายละเอียดสินค้า (ชื่อสินค้า ปริมาณ น้ำหนัก มูลค่า) ประเทศปลายทาง และข้อมูลการขนส่ง

กศก.153 — รายการสินค้าขาออก (Export Manifest)

แบบฟอร์ม กศก.153 เป็นเอกสารที่ใช้แนบคู่กับ กศก.101/1 ในกรณีที่มีสินค้าหลายรายการ โดย กศก.153 จะระบุรายการสินค้าอย่างละเอียด จำนวนชิ้น น้ำหนัก และข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากร

สินค้าที่ต้องใช้ กศก.153 ประกอบด้วยสินค้าที่มีการจำแนกประเภทหลายรายการในการนำออกครั้งเดียว หรือสินค้าที่มีมูลค่าสูงและต้องการการตรวจสอบอย่างละเอียด กศก.153 จึงทำหน้าที่เป็น “ใบรายการสินค้า” ที่เจ้าหน้าที่ใช้อ้างอิงในการตรวจนับและตรวจสอบสินค้าจริง

ขั้นตอนพิธีการส่งออกทางบกแบบละเอียด

💳 อ่านเพิ่มเติม: ชำระภาษีขาออกได้สะดวกทั้ง e-Payment, e-Bill QR Code และเงินสด ผ่านระบบกรมศุลกากร อัปเดต 2026

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมเอกสารให้พร้อม

ก่อนเดินทางไปยังด่านศุลกากร ผู้ส่งออกต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ซึ่งประกอบด้วยเอกสารหลักและเอกสารประกอบ โดยเอกสารหลัก ได้แก่ แบบฟอร์ม กศก.101/1 (ยื่น 3 ฉบับ คือฉบับผู้ส่งออกเก็บ ฉบับด่านต้นทาง และฉบับด่านปลายทาง) และ กศก.153 (กรณีมีสินค้าหลายรายการ) ส่วนเอกสารประกอบ ได้แก่ ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading หรือ Parcel Post Receipt) ใบแจ้งราคาสินค้า (Commercial Invoice) ใบรับรองการส่งออก (Export Certificate ถ้ามี) และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับประเภทสินค้า เช่น หนังสืออนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล

ภาพรวมเอกสารศุลกากรสำหรับการส่งออกทางบก จัดวางบนโต๊ะทำงานอย่างเป็นระเบียบ ประกอบด้วยแบบฟอร์ม กศก.101

ขั้นตอนที่ 2: ยื่นเอกสารที่ด่านศุลกากร

เมื่อถึงด่านศุลกากร ผู้ส่งออกหรือตัวแทนต้องนำยานพาหนะและสินค้าเข้าจอดที่จุดตรวจ จากนั้นยื่นเอกสาร กศก.101/1 และ กศก.153 (ถ้ามี) พร้อมเอกสารประกอบให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร ตรวจสอบว่าข้อมูลในใบขนสินค้าตรงกับสินค้าจริงหรือไม่ และอาจทำการตรวจสอบสินค้าจริง (Physical Inspection) ในบางกรณี

ในกรณีที่เป็นการส่งออกผ่านระบบ e-Export ผู้ส่งออกจะต้องส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ NACCS ล่วงหน้าก่อนถึงด่าน เมื่อระบบตรวจสอบผ่านแล้ว จะได้รับหมายเลขใบขนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (e-Declaration Number) ซึ่งจะนำไปดำเนินการต่อที่ด่านได้โดยสะดวก

ขั้นตอนที่ 3: ผ่านการตรวจสอบและปล่อยสินค้า

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและสินค้าเรียบร้อยแล้ว จะดำเนินการปล่อยสินค้าโดยประทับตรา “อนุญาตขนสินค้าออก” (Permit to Export) บนใบขนสินค้า การประทับตรานี้เป็นการยืนยันว่าสินค้าได้รับอนุญาตให้ส่งออกนอกราชอาณาจักรแล้ว ผู้ส่งออกจะได้รับใบขนสินค้าฉบับด่านต้นทางคืน พร้อมตราประทับอนุญาต

สำหรับสินค้าที่ไม่เสียภาษีขาออก กระบวนการจะรวดเร็วกว่าสินค้าที่ต้องเสียภาษี เจ้าหน้าที่จะเน้นการตรวจสอบเอกสารและตรวจนับสินค้าเป็นหลัก ส่วนสินค้าที่อยู่ในประเภทที่ต้องเสียภาษีขาออก ผู้ส่งออกต้องชำระภาษีก่อนหรือในวันที่ยื่นใบขนสินค้า

ขั้นตอนที่ 4: ขนย้ายสินค้าข้ามพรมแดน

หลังจากได้รับอนุญาตแล้ว ผู้ส่งออกสามารถนำสินค้าข้ามพรมแดนไปยังประเทศปลายทางได้ ยานพาหนะขนส่งจะต้องผ่านจุดตรวจของฝ่ายความมั่นคงทั้งฝั่งไทยและฝั่งประเทศปลายทาง รวมถึงด่านศุลกากรของประเทศนำเข้าด้วย ผู้ส่งออกควรเก็บใบขนสินค้าฉบับที่ได้รับคืนไว้เป็นหลักฐานสำหรับการตรวจสอบย้อนหลัง

กรณีส่งออกทางบกไม่เกิน 50,000 บาท

🚦 อ่านเพิ่มเติม: ดูความแตกต่าง Green Line vs Red Line vs Yellow Line ศุลกากร เพื่อเตรียมตัวให้สินค้าผ่านตรวจได้รวดเร็ว

กรมศุลกากรมีข้อยกเว้นสำหรับการส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าไม่สูงมาก โดยสินค้าที่ส่งออกทางบกที่มีมูลค่าไม่เกิน 50,000 บาท ต่อการส่งออกครั้งหนึ่ง สามารถใช้ขั้นตอนพิเศษที่เรียกว่า “การส่งออกแบบง่าย” (Simplified Export Procedure) ได้

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการส่งออกไม่เกิน 50,000 บาท

สำหรับการส่งออกที่มีมูลค่าไม่เกิน 50,000 บาท ผู้ส่งออกไม่จำเป็นต้องยื่นแบบฟอร์ม กศก.101/1 เต็มรูปแบบ แต่ต้องเตรียมเอกสารดังนี้ ได้แก่ รายการสินค้าที่จะส่งออก (แนบใบปะหน้ากล่องหรือแพ็กเกจ) ระบุชื่อผู้ส่งออก ชื่อผู้รับ และมูลค่าสินค้าชัดเจน, หลักฐานการชำระเงินหรือใบเสร็จรับเงิน (ถ้ามี), เอกสารระบุตัวตนของผู้ส่งออก (บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง) และใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองอื่นที่เกี่ยวข้อง (กรณีสินค้าต้องควบคุม)

ภาพสินค้าขนาดเล็กที่บรรจุในกล่องพัสดุพร้อมสำหรับการส่งออกทางบก มีใบปะหน้าติดอยู่ด้านนอกแสดงรายละเอีย

ข้อควรระวังสำหรับการส่งออกมูลค่าต่ำ

แม้จะเป็นการส่งออกที่ได้รับยกเว้นจากการยื่น กศก.101/1 เต็มรูปแบบ แต่ผู้ส่งออกยังคงต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สินค้าบางประเภทถูกห้ามหรือจำกัดการส่งออกไม่ว่ามูลค่าจะเท่าใดก็ตาม เช่น สินค้าที่เป็นอันตราย สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือสินค้าที่อยู่ในความควบคุมของหน่วยงานเฉพาะทาง

นอกจากนี้ หากการส่งออกในครั้งเดียวกันมีมูลค่ารวมเกิน 50,000 บาท (แม้จะประกอบด้วยสินค้าหลายรายการ) ผู้ส่งออกจะต้องยื่น กศก.101/1 ตามปกติ การแบ่งสินค้าออกเป็นหลายครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการยื่นใบขนสินค้าถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

สินค้าที่ต้องเสียภาษีขาออกและอัตราภาษี

ไม่ใช่ทุกสินค้าที่ส่งออกทางบกจะเสียภาษีขาออก โดยประเภทของภาษีขาออกและอัตราภาษีจะขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าและราคาสินค้า สินค้าส่งออกส่วนใหญ่ในประเทศไทยได้รับยกเว้นภาษีขาออก แต่มีบางประเภทที่ต้องเสียภาษีตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร

สินค้าที่อาจต้องเสียภาษีขาออก เช่น น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ซึ่งมีอัตราภาษีตามที่กำหนดไว้ในพิกัดศุลกากร โลหะมีค่าบางประเภท หรือสินค้าขั้นต้นบางรายการ ผู้ส่งออกควรตรวจสอบพิกัดศุลกากรและอัตราภาษีของสินค้าตนเองก่อนดำเนินการ โดยสามารถสอบถามได้ที่กรมศุลกากรหรือผ่านเว็บไซต์ของกรมศุลกากร

การคำนวณภาษีขาออกจะใช้มูลค่าของสินค้าเป็นฐาน โดยมูลค่าที่ใช้คือราคา FOB (Free on Board) ซึ่งรวมต้นทุนสินค้า ค่าขนส่งไปถึงเรือหรือยานพาหนะที่ขนส่ง และค่าประกัน (ถ้ามี) ผู้ส่งออกจะต้องระบุมูลค่าที่แท้จริงของสินค้าอย่างถูกต้อง เพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษีและเพื่อความถูกต้องในการทำธุรกิจ

NextShip ระบบช่วยนำเข้าสินค้าของผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าที่ยังไม่มีระบบจัดการให้ผู้ใช้งานและแอดมิน สอบถามบริการเพิ่มเติมของทางเราได้เลยครับ

error:
Scroll to Top