Taobao vs 1688 vs Tmall ต่างกันยังไง: คู่มือเปรียบเทียบ 2026

เลือกอ่านจาก [ สารบัญ ]

Taobao vs 1688 vs Tmall ต่างกันยังไง — คู่มือเลือกแพลตฟอร์มสำหรับพ่อค้าแม่ค้าไทย 2026

Taobao 1688 Tmall — 3 แพลตฟอร์มจีนที่พ่อค้าแม่ค้าไทยต้องรู้จัก

การนำเข้าสินค้าจีนยังคงเป็นเทรนด์ธุรกิจที่แข็งแกร่งในประเทศไทย โดยเฉพาะในยุคอีคอมเมิร์ซเติบโตต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นร้าน Shopee, Lazada, หรือ TikTok Shop ล้วนมีสินค้าจีนเข้ามาขายมากขึ้นทุกวัน หลายคนเริ่มสนใจแพลตฟอร์มจีนอย่าง Taobao (淘宝) 1688 (1688批发) และ Tmall (天猫) เพื่อนำเข้าสินค้ามาขายต่อ แต่ปัญหาคือ — ทั้ง 3 แพลตฟอร์มนี้ ต่างกันยังไง? หลายคนยังสับสนและไม่รู้ว่าควรเลือกแพลตฟอร์มไหนสำหรับธุรกิจของตัวเอง

คำตอบง่ายๆ คือ ทั้ง 3 แพลตฟอร์มอยู่ภายใต้ Alibaba Group แต่มีโมเดลธุรกิจ กลุ่มเป้าหมาย และจุดเด่นที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เหมาะสำหรับคนละกลุ่ม

จีนเป็นผู้ผลิตสินค้าของโลก ราคาสินค้าจากจีนถูกกว่าซื้อจากไทยถึง 20-70% ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ทำให้การนำเข้าสินค้าจีนเป็นช่องทางลดต้นทุนที่ได้ผลจริงสำหรับพ่อค้าแม่ค้าไทย บทความนี้จะเปรียบเทียบชัดๆ ว่าแต่ละแพลตฟอร์มเหมาะกับใคร พร้อมตารางเปรียบเทียบและ Decision Framework ที่ใช้ได้จริง ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเริ่มต้นจากตรงไหน

Alibaba Group ecosystem Taobao 1688 Tmall


Taobao (淘宝) — แพลตฟอร์ม C2C ราคาถูก ไม่มีขั้นต่ำ

Taobao คืออะไร

Taobao คือ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบ Consumer-to-Consumer (C2C) ภายใต้ Alibaba Group มีสินค้าหลากหลายตั้งแต่เสื้อผ้า อิเล็กทรอนิกส์ จนถึงของใช้บ้าน เหมาะสำหรับผู้บริโภคทั่วไปและร้านเล็กๆ ไม่มี Minimum Order Quantity (MOQ) หรือขั้นต่ำในการสั่งซื้อ

Taobao มีผู้ใช้งานมากกว่า 928 ล้านคนทั่วประเทศจีน ถือเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในจีน โมเดล C2C หมายความว่าทั้งบุคคลทั่วไปและร้านค้าเล็กๆ สามารถเปิดขายได้ ทำให้สินค้าบนแพลตฟอร์มมีความหลากหลายสูงสุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นในเครือ Alibaba

ข้อดีของ Taobao

  • ราคาถูก — เนื่องจากแข่งขันสูง ราคาจึงต่ำกว่าหลายแพลตฟอร์ม
  • ไม่มี MOQ — สั่งซื้อได้ตั้งแต่ 1 ชิ้น ไม่มีขั้นต่ำ
  • สินค้าหลากหลาย — ทุกอย่างตั้งแต่เสื้อผ้า อิเล็กทรอนิกส์ ของใช้ จนถึงสินค้าหายาก
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมร้าน — เปิดร้านขายฟรี

ข้อเสียของ Taobao

  • สินค้าอาจไม่ตรงปก — ต้องตรวจสอบรูปถ่ายจริงจากรีวิวอย่างละเอียด
  • ปลอมแปลงเยอะ — โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์ดัง ต้องระวัง
  • ภาษาจีน 100% — ไม่มีภาษาอังกฤษ ต้องใช้ Google Translate ช่วย
  • ต้องตรวจสอบร้านเอง — ดูประเมินร้าน รีวิว และยอดขายก่อนสั่ง

เหมาะกับใคร

Taobao เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ทดลองสินค้า ซื้อจำนวนน้อย หรือเริ่มต้น Dropship เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะขายอะไร เพราะไม่มีขั้นต่ำในการสั่งซื้อ สามารถทดลองสินค้าได้หลายตัวโดยไม่ต้องลงทุนมาก

Taobao app interface


1688 (1688批发) — ตลาดค้าส่ง B2B ราคาถูกที่สุดในเครือ Alibaba

1688 คืออะไร

1688 คือ แพลตฟอร์ม Business-to-Business (B2B) ภายใต้ Alibaba Group รวมโรงงานและผู้ค้าส่งจีนเข้าด้วยกัน มีราคาขายส่งต่ำกว่า Alibaba.com ถึง 20-50% เหมาะสำหรับพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการที่ต้องการลดต้นทุนนำเข้าสินค้าจีนอย่างจริงจัง

แพลตฟอร์มนี้มีผู้ใช้งาน 61.92 ล้านคน เน้นการซื้อขายส่งระหว่างธุรกิจ โดยผู้ขายส่วนใหญ่เป็นโรงงานและผู้ค้าส่งที่ต้องการขายสินค้าในราคาขายส่งให้กับผู้ประกอบการต่างๆ ทั่วโลก

สำหรับ พ่อค้าแม่ค้าไทยที่ต้องการนำเข้าสินค้าจีนมาขายต่อ 1688 คือตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุด เพราะราคาถูกที่สุดในเครือ Alibaba อย่างไรก็ตาม การใช้งาน 1688 สำหรับคนไทยต้องอาศัย Agent หรือตัวแทนนำเข้า เช่น PKCargo หรือ Chewy Cargo เพราะอินเตอร์เฟซเป็นภาษาจีนทั้งหมดและการชำระเงินต้องผ่าน Alipay

ข้อดีของ 1688

  • ราคาขายส่งต่ำสุด — ถูกกว่า Alibaba.com ถึง 20-50%
  • ต่อรองราคาโรงงานได้ — เหมาะสำหรับสั่งจำนวนมาก
  • มีสัญลักษณ์ประเมินร้าน — ช่วยประเมินความน่าเชื่อถือของร้านค้า
  • เข้าถึงโรงงานโดยตรง — ตัดตัวกลางออกไปได้

ข้อเสียของ 1688

  • อินเตอร์เฟซจีนเท่านั้น — ไม่มีภาษาอังกฤษ
  • ต้องใช้ตัวแทน/Agent — เพื่อช่วยติดต่อ สั่งซื้อ และจัดส่ง
  • MOQ บางรายสูง — ผู้ค้าส่งบางรายกำหนดขั้นต่ำ 1,000+ ชิ้น
  • ต้องมีความรู้เรื่องสินค้า — เพื่อตรวจสอบคุณภาพและต่อรองราคา

เหมาะกับใคร

1688 เหมาะสำหรับ พ่อค้าแม่ค้าไทยที่ต้องการนำเข้าสินค้าจีนมาขายส่งหรือขายปลีก โดยเฉพาะผู้ที่มียอดสั่งซื้อต่อเดือนแน่นอน ถ้าสั่งจำนวนมากพอ ส่วนต่างราคาจาก 1688 เมื่อเทียบกับ Taobao จะคุ้มค่ากับค่า Agent ที่ต้องจ่ายเพิ่ม

1688 wholesale price comparison


Tmall (天猫) — B2C แบรนด์แท้ คุณภาพรับประกัน

Tmall คืออะไร

Tmall คือ แพลตฟอร์ม Business-to-Consumer (B2C) ภายใต้ Alibaba Group ที่ขายเฉพาะแบรนด์ที่ผ่านการจดทะเบียนและยืนยันตัวตน ให้ความมั่นใจว่าสินค้าเป็นของแท้ 100% เหมาะสำหรับผู้บริโภคจีนระดับกลาง-บนที่ต้องการของแท้และบริการหลังการขายที่ดี

Tmall มีผู้ใช้งาน 500-800 ล้านคน เน้นสินค้าแบรนด์ที่ผ่านการยืนยันเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์จีนหรือแบรนด์ต่างชาติที่จดทะเบียนในจีนอย่างถูกต้อง แพลตฟอร์มนี้มีมาตรฐานสูงกว่า Taobao อย่างเห็นได้ชัดในเรื่องคุณภาพสินค้าและบริการหลังการขาย

ข้อดีของ Tmall

  • ของแท้ 100% — แบรนด์ที่ขายต้องผ่านการยืนยันตัวตนกับ Tmall
  • รับประกันคุณภาพ — มีมาตรฐานสินค้าที่ชัดเจน
  • บริการหลังการขายดี — เทียบเท่ามาตรฐานสากล
  • ระบบภาษาอังกฤษ — มีภาษาอังกฤษให้ใช้งานบางส่วน

ข้อเสียของ Tmall

  • ราคาสูงกว่า — เมื่อเทียบกับ Taobao และ 1688
  • ไม่คุ้มค่าสั่งจำนวนมาก — ราคาปลีกพรีเมียม ไม่ใช่ราคาขายส่ง
  • เข้าถึงยากกว่า — สำหรับคนไทยที่ไม่มีตัวแทน

เหมาะกับใคร

Tmall เหมาะสำหรับ ผู้บริโภคจีนระดับกลาง-บนที่ต้องการของแท้ หรือ แบรนด์ไทยที่ต้องการเข้าถึงตลาดจีน อย่างไรก็ตาม สำหรับพ่อค้าแม่ค้าไทยที่ต้องการนำเข้าสินค้ามาขายต่อ Tmall ไม่ใช่ตัวเลือกที่คุ้มค่า เนื่องจากราคาปลีกสูงกว่าต้นทุนขายส่งจาก 1688 มาก

Tmall authentication branded products


Tmall Global vs Tmall.com — อันไหนเหมาะกับคนไทย?

Tmall Global คืออะไร

Tmall Global คือ แพลตฟอร์ม Cross-border B2C ภายใต้ Alibaba Group ที่เปิดให้แบรนด์ต่างชาติที่ยังไม่มีนิติบุคคลในจีนสามารถขายสินค้าเข้าตลาดจีนได้โดยไม่ต้องจดทะเบียนในจีนก่อน มี bonded warehouse ที่ช่วยลดขั้นตอนด้านศุลกากร และเข้าถึงผู้บริโภคจีนมากกว่า 100 ล้านคน

แพลตฟอร์มความเหมาะสมรายละเอียด
Tmall.comสำหรับแบรนด์ที่มีนิติบุคคลในจีนต้องมีสถานะทางกฎหมายในจีน
Tmall Globalสำหรับแบรนด์ต่างชาติ (รวมไทย)ไม่ต้องมีนิติบุคคลในจีน

สำหรับคนไทย Tmall Global น่าสนใจกว่า

นี่คือจุดที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก — Tmall Global มีไว้สำหรับแบรนด์ต่างชาติที่ต้องการเข้าตลาดจีนโดยไม่ต้องมีสถานะทางกฎหมายในจีน ซึ่งแตกต่างจาก Tmall.com ที่ต้องมีนิติบุคคลในจีน

ถ้าคุณเป็น แบรนด์ไทยที่ต้องการขายสินค้าเข้าตลาดจีน Tmall Global คือทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะ:

  • ไม่ต้องมีนิติบุคคลในจีน — ลดอุปสรรค์เข้าตลาดอย่างมาก
  • มี bonded warehouse — สินค้าจอดอยู่ในคลังสินค้าภายในจีน จัดส่งเร็ว
  • เข้าถึงผู้บริโภคจีน 100+ ล้านคน — ตลาดใหญ่ที่สุดในโลก
  • มีแบรนด์จาก 90+ ประเทศ — มากกว่า 46,000 แบรนด์

ข้อควรระวังคือ ค่าธรรมเนียมสูง และ การคืนสินค้ายาก เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนศุลกากร cross-border ทำให้ต้องศึกษาเรื่อง logistics cross-border ให้ดีก่อนเริ่มต้น

ใช้ App หรือ Website ดีกว่ากัน?

แต่ละแพลตฟอร์มมีทั้งเวอร์ชัน App และ Website ซึ่งมีข้อดีข้อเสียต่างกัน:

  • Taobao — App แนะนำสำหรับการซื้อขายปลีก เพราะ UI เน้นมือถือ หาสินค้าง่าย
  • 1688 — Website แนะนำสำหรับการสั่งขายส่ง เพราะฟังก์ชันการจัดการ B2B ทำบนจอใหญ่สะดวกกว่า
  • Tmall — ทั้ง App และ Website มีความสมบูรณ์ใกล้เคียงกัน
Tmall Global cross-border Thailand to China


ตารางเปรียบเทียบ Taobao vs 1688 vs Tmall — เลือกง่ายๆ ในคราวเดียว

AspectTaobao (淘宝)1688 (1688批发)Tmall (天猫)
โมเดลธุรกิจC2CB2BB2C
กลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคทั่วไป, ร้านเล็กธุรกิจ, ผู้ค้าส่ง, โรงงานผู้บริโภคต้องการแบรนด์แท้
ราคาปลีก (ถูก)ขายส่ง (ถูกที่สุด)ปลีกพรีเมียม (แพงกว่า)
MOQไม่มี1-2 ชิ้น ถึง 1,000+ไม่มี
ความน่าเชื่อถือปานกลาง (ต้องเช็คร้าน)ปานกลาง-ดี (มีประเมินร้าน)สูง (ยืนยันแบรนด์)
ภาษาจีนจีนจีน/อังกฤษ
เหมาะกับ พ่อค้าแม่ค้าไทยพอใช้ (ทดลอง)ดีที่สุด (ขายส่ง)ไม่แนะนำ (ราคาแพง)
นำเข้า จีน→ไทยต้องใช้ Agentต้องใช้ Agentต้องใช้ Agent
นำเข้า ไทย→ขายในจีนไม่เหมาะไม่เหมาะTmall Global เหมาะกว่า
Dropshipดี (เริ่มต้น)ดีมาก (ขยายธุรกิจ)น้อย (ราคาสูง)
ผู้ใช้งาน928+ ล้านคน61.92 ล้านคน500-800 ล้านคน

จากตารางเปรียบเทียบจะเห็นได้ชัดว่า ไม่มีแพลตฟอร์มไหนดีที่สุดเพียงแพลตฟอร์มเดียว — แต่ละแพลตฟอร์มเหมาะกับคนละกลุ่มและความต้องการที่แตกต่างกัน

Taobao 1688 Tmall comparison table


สรุป: เลือกแพลตฟอร์มไหนดี? — Decision Framework สำหรับพ่อค้าแม่ค้าไทย

Quick Decision Flowchart

เริ่มต้น?
  │
  ├── ต้องการทดลองสินค้า / ซื้อจำนวนน้อย → Taobao ✅
  │
  ├── ต้องการขายส่ง / ลดต้นทุน → 1688 ✅
  │
  ├── ต้องการของแท้แบรนด์ (ขายในจีน) → Tmall ✅
  │
  └── ต้องการขายของไทยเข้าตลาดจีน → Tmall Global ✅

เลือกตาม Profile ธุรกิจของคุณ

ถ้าเพิ่งเริ่มต้น → ลอง Taobao ก่อน

Taobao เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่ เพราะไม่มีขั้นต่ำในการสั่งซื้อ สามารถทดลองสินค้าได้หลายตัวโดยลงทุนน้อย ช่วยให้เรียนรู้ว่าสินค้าประเภทไหนขายได้ในไทย ก่อนที่จะขยับไปสั่งจำนวนมากจาก 1688

ถ้าต้องการลดต้นทุน → 1688 คือคำตอบ

เมื่อมียอดสั่งซื้อที่แน่นอนแล้ว 1688 คือตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ราคาขายส่งต่ำกว่า Taobao อย่างมาก แม้จะต้องจ่ายค่า Agent เพิ่ม แต่ส่วนต่างราคายังคุ้มค่า ตรวจสอบร้านให้ดีและสั่งจำนวนมากพอจะช่วยให้ต้นทุนต่ำสุด

ถ้าต้องการของแท้/แบรนด์ → Tmall

สำหรับสินค้าแบรนด์ที่ต้องการคุณภาพรับประกัน Tmall ให้ความมั่นใจว่าเป็นของแท้ 100% เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการของแท้และยอมจ่ายในราคาที่สูงกว่า

ถ้าต้องการขายเข้าตลาดจีน → Tmall Global

แบรนด์ไทยที่ต้องการเข้าถึงผู้บริโภคจีน 100+ ล้านคน Tmall Global คือทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะไม่ต้องมีนิติบุคคลในจีน แต่ต้องเตรียมพร้อมเรื่องค่าธรรมเนียมและ logistics cross-border

Taobao 1688 Tmall decision flowchart



เคล็ดลับนำเข้าสินค้าจีนสำหรับคนไทย — สิ่งที่ต้องรู้ก่อนสั่ง

การนำเข้าสินค้าจีนมาขายในประเทศไทยมีข้อดีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่ต่ำกว่าซื้อจากผู้นำเข้าในไทย ความหลากหลายของสินค้าที่มีให้เลือกมากมาย และโอกาสในการสร้างอัตรากำไรที่ดี อย่างไรก็ตาม การนำเข้าสินค้าจีนก็มีความท้าทายเช่นกัน โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์

1. ใช้ Agent/Shipping Service

สำหรับการนำเข้าสินค้าจีน-ไทย คุณต้องใช้ Agent หรือตัวแทนนำเข้า ที่ช่วยดำเนินการแทน เช่น:

  • PK Cargo — บริการนำเข้สส่งออก สั่งซื้อสินค้าครบวงจร
  • Chewy Cargo — รับสั่งสินค้าจีน ติดต่อโรงงานผลิต ตามงบ ครบวงจร

Agent จะช่วยติดต่อร้านค้า ชำระเงิน รวบรวมสินค้า และจัดส่งมาถึงไทยให้ ค่าบริการ Agent โดยทั่วไปอยู่ที่ 5-15% ของมูลค่าสินค้า ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและความยากในการหา

2. วิธีเช็คร้านน่าเชื่อถือบน 1688

ก่อนสั่งซื้อจาก 1688 ควรตรวจสอบร้านค้าให้ละเอียด:

  • ดูประเมินร้าน (评分) — ควรมีคะแนนเฉลี่ย 4.5 ขึ้นไป
  • จำนวนรีวิว (评价) — ยิ่งมากยิ่งดี อย่างน้อย 100+ รีวิว
  • ยอดขาย (销量) — ดูว่าร้านมียอดขายจริงหรือไม่
  • ระยะเวลาเปิดร้าน — ร้านที่เปิดนานกว่ามักมีความน่าเชื่อถือมากกว่า
  • ดูใบรับรองโรงงาน (营业执照) — โรงงานจริงจะมีใบรับรองแสดง

3. ค่าใช้จ่ายในการขนส่งจีน-ไทย

ค่าขนส่งจีน-ไทย โดยประมาณ:

ประเภทสินค้าค่าขนส่ง (ต่อ kg)ระยะเวลา
สินค้าทั่วไป25-50 บาท7-15 วัน
สินค้าบรรจุภัณฑ์30-60 บาท10-20 วัน
สินค้าอิเล็กทรอนิกส์50-100 บาท10-20 วัน

4. ค่าใช้จ่ายเป็นบาทไทย — ต้นทุนจริงต้องคำนวณอย่างไร

หลายคนสนใจแต่ต้นทุนสินค้าจากจีน แต่ลืมคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนจริง:

ตัวอย่าง: นำเข้าเสื้อยืด 500 ตัวจาก 1688

รายการค่าใช้จ่าย
ราคาสินค้า 168815 หยวน/ตัว × 500 = 7,500 หยวน (~36,000 บาท)
ค่า Agent (10%)~3,600 บาท
ค่าขนส่งจีน-ไทย~8,000 บาท (16 บาท/ตัว)
รวมต้นทุน~47,600 บาท
ต้นทุนต่อตัว~95 บาท
ขายปลีกตัวละ 199 บาท → กำไรต่อตัว~104 บาท

เมื่อเทียบกับการซื้อจากผู้นำเข้าในไทยที่อาจต้นทุนตัวละ 120-150 บาท การนำเข้าจาก 1688 โดยตรงช่วยประหยัดได้ถึง 30-40%

5. ภาษีนำเข้าสินค้าจีนเข้าไทย

สินค้านำเข้าจากจีนเข้าไทยอาจต้องเสียภาษีนำเข้า ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า:

  • สินค้าทั่วไป — อาจเสียภาษี 0-30% ของมูลค่าสินค้า (CIF)
  • เสื้อผ้า รองเท้า — ภาษีนำเข้า 30% + VAT 7%
  • อิเล็กทรอนิกส์ — ภาษีนำเข้า 0-20% + VAT 7%
  • สินค้าที่มี IP ลิขสิทธิ์ — อาจถูกยึดและดำเนินคดี

ข้อควรระวัง: สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย และสินค้าบางประเภทห้ามนำเข้าเข้าสู่ประเทศไทย เช่น สื่อลามก ยาเสพติด อาวุธ ควรตรวจสอบกับกรมศุลกากรก่อนสั่ง

Thai warehouse receiving China shipping


สรุป — Taobao 1688 Tmall เลือกอันไหนดี?

ไม่มีแพลตฟอร์มไหน “ดีที่สุด” — ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเป้าหมายธุรกิจของคุณ สรุปง่ายๆ คือ:

  • Dropshipper เริ่มต้น → เริ่มที่ Taobao → ขยับขึ้น 1688 เมื่อมียอดสั่งซื้อแน่นอน
  • พ่อค้าแม่ค้านำเข้าขายต่อ1688 คือตัวเลือกหลัก
  • แบรนด์ไทยเข้าตลาดจีนTmall Global

ทางที่ดีที่สุดคือเริ่มจาก Taobao เพื่อทดลองสินค้าและเรียนรู้ตลาด เมื่อเข้าใจว่าสินค้าประเภทไหนขายได้ดีในไทย ค่อยขยับไปใช้ 1688 เพื่อลดต้นทุนอย่างจริงจัง การเลือกแพลตฟอร์มที่ถูกต้องจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน

สิ่งสำคัญที่สุดคือ เริ่มต้นก่อน — ไม่ว่าจะเลือกแพลตฟอร์มไหน การลงมือทำและเรียนรู้จากประสบการณ์จริงจะช่วยให้คุณเข้าใจตลาดได้ดีที่สุด

อยากรู้ว่าสินค้าประเภทไหนนำเข้าคุ้มค่าที่สุด? ติดตามบทความถัดไปสำหรับคู่มือนำเข้าสินค้าจีนแต่ละประเภท พร้อมวิธีคำนวณต้นทุนและกำไรแบบละเอียด


บทความนี้อัปเดตล่าสุด มีนาคม 2026 เพื่อให้ข้อมูลตรงกับสถานการณ์ปัจจุบัน

error:
Scroll to Top